วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2556

ประวัติดนตรีไทย


ดนตรีไทย ถือว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชนชาติไทยมาตั้งแต่โบราณ
ซึ่งดนตรีไทยได้มีการพัฒนามาเรื่อย ๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจะขอแบ่งยุคของดนตรีไทย เพื่อให้สะดวกต่อการศึกษา ดังนี้
1. สมัยก่อนกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี
2. สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี
3. สมัยกรุงศรีอยุธยา
4. สมัยกรุงรัตน์โกสินทร์

สมัยก่อนกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี
     จากประวัติศาสตร์ชนชาติไทยเดิมที่ได้อพยพมาจากแถบภูเขาอัลไตและอพยพเรื่อยมาจนถึงแหลมทองในปัจจุบัน และได้ปรากฏหลักฐานเป็นจดหมายของอาจารย์ที่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งอาจารย์มนตรี ตราโมท กล่าวว่า  ( สงบศึก ธรรมวิหาร. 2540 : 3 อ้างใน มนตรี ตราโมท. 2507 : ไม่ปรากฏหน้า) ดังนี้ จดหมายของอาจารย์ผู้หนึ่ง ในโรงเรียนที่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งมีมาถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของไทยเรา ลงในวันที่ 11 ตุลาคม 2484 กล่าวว่า เขาได้ทำการศึกษาค้นคว้าตำนานดึกดำบรรพ์ของชาติไทยในดินแดนจีน ได้หลักฐานไว้หลายอย่าง มีความในหนังสือฉบับนี้กล่าวว่า คนไทยมีอุปนิสัยทางศิลปะทางดนตรีมาแต่ดึกดำบรรพ์”  จากข้อความในจดหมายที่ยกมา แสดงให้เห็นว่า ดนตรีไทยมีมาควบคู่กับคนไทย มาตั้งแต่โบราณก่อนการอพยพลงมาสู่แหลมทองในปัจจุบัน และยังมีเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับดนตรีไทย ซึ่ง อาจารย์มนตรี ตราโมท ได้กล่าวถึงความเจริญรุ่งเรืองและความเป็นมาเกี่ยวกับดนตรีไทยและเพลงไทยอีกว่า (มนตรี ตราโมท. 2507 : ไม่ปรากฎหน้า) ในตอนกลางลุ่มแม่น้ำแยงซี เป็นที่ตั้งของอาณาจักรฌ้อ ซึ่งนักประวัติศาสตร์ โดยมากกล่าวรับรองว่า ฌ้อในสมัยนั้นคือชนชาติไทย พระเจ้าฌ้อปาออง ซึ่งครองราชอยู่ระหว่าง พ.ศ. 310 ถึง 343 ว่าเป็นกษัตริย์ไทย ในสมัยนั้นจีนได้เครื่องดนตรีไปจากชนชาติในดินแดนตอนใต้หลายอย่าง ที่ปรากฏชัดคือ กลองชนิดหนึ่งซึ่งจีนใช้อยู่จนทุกวันนี้เรียกว่า น่านตังกู อันหมายถึง กลองชาวใต้ ลักษณะเป็นกลองขึงหนังตรึงด้วยหมุดทั้งสองหน้าอย่าง กลองทัด ของไทยเราไม่ผิดเพี้ยนเลย และรูปร่างก็แตกต่างจากกลองชนิดอื่นๆ ของจีน ซึ่งเข้าใจว่าอาจได้ไปจากกลองของชนชาติไทย ในสมัยครั้งกระโน้นก็เป็นได้หลักฐานสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่บ่งบอกถึง เครื่องดนตรีไทยและเครื่องดนตรีที่เก่าแก่ ของไทยก็คือ แคนโดยมีหลักฐานยืนยัน ซึ่งมีบันทึกของจีนได้บันทึกไว้ว่า ( สงบศึก ธรรมวิหาร. 2540 : 5)“ ที่เมือง CHANGSHA แคว้นยูนาน เป็นบ้านเกิดของประธานาธิบดีเหมาเจ๋อตุง เขาได้พบศพ 2 ศพ ที่เกรียวกราวมาก คือ เป็นศพที่มีอายุตั้ง 2,000 ปี แล้วร่างกายอยู่อย่างเก่าเอาอะไรกดเข้าไปก็ไม่เป็นอะไร แล้วเครื่องแต่งกายก็วิจิตรพิศดารมาก รัฐบาลของเขาให้ชื่อศพนี้ว่า “ The Duke of Tai and his Consart “ ในข้าง ๆ ศพ ปรากฏสิ่งของอยู่ 2 อย่างคือ เครื่องใช้ประจำวันเป็นเครื่องเขิน เครื่องเขินที่คล้าย ๆ กับเชียงใหม่เรานี้ แล้วก็เป็นจำนวนนับร้อย แล้วอีกสิ่งหนึ่งก็เป็นเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งที่ตรงกับของเราที่เรียกว่า แคน ในเรื่องที่เกี่ยวกับแคนนี้ สุมาลี นิมมานุภาพ ยังเล่าเพิ่มเติมพอสรุปได้ว่า จากบันทึกของจีนที่บันทึกว่าจีนมีแคนใช้ประมาณ 3,000 ปี แต่จีนมีแคนใช้หลังไทย เพราะฉะนั้นแคนไทยต้องมีอายุมากกว่า 3,000 ปี ที่กล่าวว่าจีนมีแคนใช้หลังไทยเพราะถ้าใช้หลังการเปรียบเทียบจะเห็นว่าแคนของจีนสวยงามประณีต กระทัดรัดกว่าของไทย เพราะจีนได้แบบอย่างและรูปแบบไปจากแคนไทย ซึ่งมีรูปร่างยาว ใช้วัสดุที่ไม่ทนทานเท่าแคนของจีน ซึ่งเมื่อจีนเห็นข้อบกพร่องของแคนไทยแล้วจึงนำไปปรับปรุงให้กระทัดรัดและสวยงามจากแคนของไทย ได้พัฒนาเป็นเครื่องดนตรีอื่นๆ อีกหลายชนิด เช่น ขลุ่ย และปี่ซอ เพราะขลุ่ยทำง่ายกว่าแคน เพียงแต่เจาะรูที่ไม้ไผ่ก็เป่าได้แล้ว อย่างเช่น ขลุ่ยผิวของจีน ส่วนปี่ซอก็คือลูกของแคนนั้นเองใช้ลิ้นโลหะประกอบกับไม้ไผ่เข้าแล้วเจาะรูเพื่อบังคับเสียง อย่างเช่น ปี่ซอของทางภาคเหนือในปัจจุบัน ซึ่งต่อมาจึงใช้ไม้ทำเครื่องบังคับลมเรียกว่า ดากเข้าไปในตัวของไม้ไผ่แล้วเจาะลิ้น (ปากนกแก้ว) ทำให้เกิดเสียง เช่น ขลุ่ยชนิดต่างๆ ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้ (สงบศึก ธรรมวิหาร. 2540 : 6 อ้างใน จารุวรรณ ไวยเจตน์. 2529 : 213)
     สรุปได้ว่า ดนตรีไทย มีประวัติความเป็นมาควบคู่กับชนชาติไทย ก่อนที่จะอพยพมาสู่ถิ่นแหลมทองในปัจจุบัน เครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ค้นพบคือ กลองและแคน ต่อมาได้พัฒนาจากแคนเป็นปี่ซอและขลุ่ย ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่า เพราะทำได้ง่าย เพียงแต่เจาะรูแล้วทำเครื่องบังคับลมก็สามารถเป่าเป็นเสียงดนตรีได้แล้ว


                                                                        ...................................
                                            
                                                                            คำถามท้ายบท

๑.ยุคสมัยในการศึกษาประวัติดนตรีไทยแบ่งออกได้กี่สมัย และยุคอะไรบ้าง
๒.จากการศึกษาข้อมูลพบว่าวัฒนธรรมไทยมีความสัมพันธ์กับชนชาติใด อย่างไร จงอธิบาย
๓.เครื่องดนตรีที่ปรากฎในข้อมูลมีอะไรบ้าง
๔.นักวิชาการที่กล่าวถึงในข้อมูลมีท่านใดบ้าง
๕.จากการค้นพบซากมนุษย์โบราณในจีน ทำให้เกิดองค์ความรู้เกี่ยวกับดนตรีไทยอย่างไร

วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2556

Thai classical music camp.

 




เราจัดค่ายฝึกปฏิบัติดนตรีที่บ้านเพื่อพัฒนาการของนักเรียน เป็นเวลา สองสัปดาห์ กลางวันนักเรียนเข้าเรียนเป็นปกติ ในเวลาเย็นกลับมาฝึกปฏิบัติที่บ้าน พร้อมปรุงอาหารเอง ฝึกการอยู่ร่วมกัน ช่วยเหลือกันและกันเพื่อให้นักเรียนเกิดความเป็นหนึ่งเดียว ความผูกพันธ์จะช่วยให้การทำงานเป็นทีม มีประสิทธิภาพ
ด้วยบ้านมีขนาดเล็กนักเรียนต้องนอนเต็นท์ มีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นในช่วงฝนตก เด็กๆสนุกกันใหญ่ ความลำบากที่เกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้นักเรียนได้เรียนรู้เป็นประสบการณ์ที่เรียนรู้ไปด้วยกัน

Thai Classical Music of Amnat Charoen 2 school.


                 

ดนตรีไทยได้รับการพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯทรงเป็นพระอุปถัมภ์ให้ดนตรีไทยได้รับการฟื้นฟูขึ้นอีกครั้งหลังสมัย จอมพลแปลก พิบูลสงคราม เป็นผู้แทนพระองค์ในสมัยรัชกาลที่ ๘ ช่วงนั้นเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา ผู้นำประเทศเชื่อว่าวัฒนธรรมเก่าๆจะเป็นสิ่งแสดงถึงความล้าหลัง จึงออกกฎข้อบังคับต่างๆทำให้นักดนตรี นักแสดงมีความลำบาก ทำให้วงการดนตรีไทย
ได้รับผลกระทบสืบเนื่องมาเรื่อย ขาดการดูแลบำรุงรักษา ไม่ได้รับความนิยมเหมือนแต่เก่าก่อน  เมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงโปรดเกล้าให้บรมครูดนตรีไทยสร้างสรรค์ผลงานและได้ทรงผลักดันให้ดนตรีไทยกลับมามีบทบาทในสังคมอีกครั้ง







ดนตรีไทยในโรงเรียนอำนาจเจริญ ๒ ก็เช่นกันไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร อาจจะเป็นเพราะอยู่ภาคอีสานจึงทำให้ผู้บริหารมองข้ามความสำคัญ ไปแต่ก็ยังดีที่ยังทุ่มทุนสร้างวงโปงลางด้วยทุนสูงไม่อั้นจ้างอัตราจ้าง ถึง 2 คน เพื่อให้นักเรียนกลุ่มหนึ่งได้มีกิจกรรม ไม่หนีออกนอกโรงเรียน ในขณะดนตรีไทย มีเด็กเรียนแค่ 10 คนเครื่องดนตรีก็หยิบยืมโรงเรียนอื่นมาใช้ แต่ก็ไม่เดือดร้อนอะไร เพราะไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินสิ้นเปลืองเทอมนี้ขอซื้อเครื่องสายพร้อมโทน-รำมะนา ประมาณ  สองหมื่นกว่า นักเรียนก็ได้ออกบริการสังคม บรรเลง ในโครงการจิตอาสา ที่โรงพยาบาลทุกเดือน แสดงในงานศพ งานแต่ง เนื่องๆ ค่าขนมก็ให้เป็นกำลังใจของเด็กๆ เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง ถามว่าเราได้อะไร ความสุขที่ได้ทำ และความรักที่ได้รับจากนักเรียนที่เราให้ความรู้ ความรัก และปรารถนาดีต่อกันและกัน หวังสักวันคงมีคนเห็น ในมุมหนึ่งของโรงเรียนอำนาจเจริญ ๒ มีครูคนหนึ่งทำงานเพียงลำพัง กับนักเรียนกลุ่มหนึ่ง เราไม่เคยได้เวทีในโรงเรียนแต่ในเขตทศบาลเมือง พื้นที่เจังหวัดอำนาจเจริญ ผู้คนรู้จัก ครูมดแดง เพราะนักเรียนคือผลผลิตที่ส่งเสริม ให้เราเป็นที่รู้จัก ถึงแม้ว่าครูในโรงเรียนเค้าจะไม่รู้เราก็ไม่สนใจเพราะเราทำเพื่อนักเรียนที่มีใจรักดนตรีไทย สุขอยู่ที่ใจ











วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ครู

  จัดค่ายฝึกปฏิบัติบรรเลงวงเครื่องสาย เหนื่อย กลางวันสอน
ตกกลางคืนซ้อมดนตรีไทยเหนื่อยจนไม่สามารถบอกมาเป็นคำพูดได้
เหนื่อยกาย เหนื่อยใจแต่ผลสัมฤิทธิ์ที่เกิดกับนักเรียนเรียกว่าก็คุ้ม

วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

My students.

วันนี้เป็นอีกวันทำงานที่แสนเศร้าสำหรับครู ใกล้สอบปลายภาค ครูทุกคนก็จะคร่ำเคร่งกับการเก็บรวมคะแนนทั้งเทอมเพื่อเตรียมประมวลผลหลังการสอบ แต่แล้วก็ผิดหวังเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาเมื่อถามนักเรียนถึงงานที่สั่งต้องเรียบร้อยตามกำหนด ไม่มีแม้เสียงตอบรับว่ามีความคืบหน้าแต่อย่างใด นักเรียนไม่รู้หรอกว่าครูเศร้าอยู่ข้างใน ถามว่าครูโกรธเธอรึ ก็ไม่ใช่ แต่ครูลำบากใจที่จะต้องตัดเกรดให้เธอผ่านทั้งๆที่เธอไม่ทำอะไรเลยมานั่งเช็คชื่อในคาบเรียนไปวันๆ ความรู้ที่ครูให้ก็ลอยไปตามลม แล้วครูจะฝากอนาคตของชาติไว้ในมือใคร นักเรียนหลายต่อหลายคนเมี่อไหร่ที่ครูตั้งคำถามถึงประวัติศาสตร์ชาติไทย หรือประวัติศาสตร์ศิลป์ ไม่มีใครตอบคำถามครูแม้แต่คนเดียว ครูไม่รู้ว่าแก่นแท้ของชีวิตวัยเรียนของพวกหนูมันอยู่ที่ใหน เป้าหมายชีวิตคืออะไร นักเรียนกำลังทำอะไรอยู่ เคยฟังสักเรี่องที่ครูเล่าให้ฟังในห้องเรียนหรือไม่ ศิษย์เอ๋ยจงรู้เถิดว่า ครู-อาจารย์ปรารถนาสิ่งเดียวคือ ให้ศิษย์มีความรู้ไว้เลี้ยงตัวและดูแลบุพการียามแก่เฒ่า เป็นคนดีในสังคม แต่ยามนี้ครูเห็นแต่ความว่างเปล่า ไร้ซึ่งความหวังที่จะเป็นน้ำทิพย์ชะโลมใจ ให้ครูมีกำลังใจสั่งสอน ให้ความรู้เธออย่างเต็มกำลัง เพราะทุกสิ่งอย่างที่ครูพร่ำสอนลูกๆไม่เคยอนาธรต่อคำสอนเหล่านั้นเลย ครูเสียใจเป็นที่สุด

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2554



วิทยาลัย ดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล


วันที่22-24 สิงหาคม 2554 ถือว่าเป็นโชคดีมากที่ได้เข้าร่วมอบรมในโครงการยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบในสาระดนตรี ณ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ได้ฟังแนวคิดของ รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข ฟังแล้วมีความสุข อบอุ่นใจว่าวงการครูดนตรีได้รับการยอมรับในสังคมมากขึ้น และอีกไม่นานสังคมจะยอมรับว่าดนตรีสร้างคนให้เต็มคน ดังที่ท่าน รศ.ดร.สุกรีกล่าวไว้ และดังที่ปรากฎให้เห็นจริงจากสามวันที่ทำกิจกรรมต่างๆในวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ นักเรียนและนักศึกษาที่เรียนในสถาบันแห่งนี้มีคุณลักษณะดังที่ท่านได้กล่าวไว้ เป็นการอบรมที่คณะครูทุกคนที่เข้ารวมอบรมมีความสุขที่สุด ขอให้กำลังใจท่านทำงานต่อไปเพื่อพัฒนาเยาวชนไทยสู่ระดับโลกอีกต่อไป

วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ดนตรีไทยกับเด็กรุ่นใหม่

Apirl 2011 live in Norway with Thai classical music.


ช่วงเดือนเมษา 2554 ที่ผ่านมา ฉันได้มีโอกาสไปแสดงการบรรเลงขิมในโรงเรียนสอนภาษาและวัฒนธรรมนอร์เวย์เจียน สำหรับผู้ย้ายมาอยู่ใหม่ ซึ่งมีนักดนตรีชาวอิราเนียนร่วมบรรเลงเค้ากระตือรือล้นมากขอบรรเลงร่วมแต่ด้วยขิมเป็นเครื่องดนตรีที่ตั้งเสียงแบบไทยจึงทำให้ลำบากในการบรรเลงร่วมกันเพราะบันไดเสียงที่แตกต่างจึงได้สลับกับบรรเลงเป็นที่พอใจของนักเรียนรุ่นใหญ่ในคลาส แต่ด้วยความตื่นเต้นผสมกับเบลอเลยได้ยืนบรรเลงทำให้เกิดอาการไม่สะดวกรู้สึกว่าวันนั้นแสดงได้ไม่ดีอย่างมาก เลยเลือกบรรเลงเพลงสั้นๆ ไว้โอกาสหน้าจะเตรียมตัวใหม่เพราะลืมไปว่าแค่เอาเก้าอี้สองตัวหันหน้าหากัน ก็วางขิมในระดับที่ผู้บรรเลงนั่งบรรเลงได้ โง่ก่อนฉลาดจริงๆ แต่มีคนสนใจเสียงของขิมจนขอลองเล่นก็มี หนุ่มผิวหมึกซะด้วย
สบโอกาสดี ไปบรรเลงขิมให้ pappa and mamma ของคุณจอนนี่ บรรเลงที่หน้าระเบียงเสียงขิมกังวาลเพราะมาก (สงสัยสีมือเราดี) เพราะความเงียบสงบ และอยู่กลางแจ้งเสียงเพราะจนฉันตกใจ ได้ใจปู่ ย่าไปหลายครือกัน เดี๋ยวจะหาภาพมารายงาน

Please share with me.

I'd love to share my experience with who enjoy about Thai classical music and wanna show you all about my students are so enjoys with their class.

เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
เป็นคนดีของสังคม ทำหน้าที่ครูด้วยความเต็มใจและเป็นสุข

ผู้ติดตาม