ดนตรีไทยได้รับการพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯทรงเป็นพระอุปถัมภ์ให้ดนตรีไทยได้รับการฟื้นฟูขึ้นอีกครั้งหลังสมัย จอมพลแปลก พิบูลสงคราม เป็นผู้แทนพระองค์ในสมัยรัชกาลที่ ๘ ช่วงนั้นเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา ผู้นำประเทศเชื่อว่าวัฒนธรรมเก่าๆจะเป็นสิ่งแสดงถึงความล้าหลัง จึงออกกฎข้อบังคับต่างๆทำให้นักดนตรี นักแสดงมีความลำบาก ทำให้วงการดนตรีไทย
ได้รับผลกระทบสืบเนื่องมาเรื่อย ขาดการดูแลบำรุงรักษา ไม่ได้รับความนิยมเหมือนแต่เก่าก่อน เมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงโปรดเกล้าให้บรมครูดนตรีไทยสร้างสรรค์ผลงานและได้ทรงผลักดันให้ดนตรีไทยกลับมามีบทบาทในสังคมอีกครั้ง
.jpg)

ดนตรีไทยในโรงเรียนอำนาจเจริญ ๒ ก็เช่นกันไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร อาจจะเป็นเพราะอยู่ภาคอีสานจึงทำให้ผู้บริหารมองข้ามความสำคัญ ไปแต่ก็ยังดีที่ยังทุ่มทุนสร้างวงโปงลางด้วยทุนสูงไม่อั้นจ้างอัตราจ้าง ถึง 2 คน เพื่อให้นักเรียนกลุ่มหนึ่งได้มีกิจกรรม ไม่หนีออกนอกโรงเรียน ในขณะดนตรีไทย มีเด็กเรียนแค่ 10 คนเครื่องดนตรีก็หยิบยืมโรงเรียนอื่นมาใช้ แต่ก็ไม่เดือดร้อนอะไร เพราะไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินสิ้นเปลืองเทอมนี้ขอซื้อเครื่องสายพร้อมโทน-รำมะนา ประมาณ สองหมื่นกว่า นักเรียนก็ได้ออกบริการสังคม บรรเลง ในโครงการจิตอาสา ที่โรงพยาบาลทุกเดือน แสดงในงานศพ งานแต่ง เนื่องๆ ค่าขนมก็ให้เป็นกำลังใจของเด็กๆ เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง ถามว่าเราได้อะไร ความสุขที่ได้ทำ และความรักที่ได้รับจากนักเรียนที่เราให้ความรู้ ความรัก และปรารถนาดีต่อกันและกัน หวังสักวันคงมีคนเห็น ในมุมหนึ่งของโรงเรียนอำนาจเจริญ ๒ มีครูคนหนึ่งทำงานเพียงลำพัง กับนักเรียนกลุ่มหนึ่ง เราไม่เคยได้เวทีในโรงเรียนแต่ในเขตทศบาลเมือง พื้นที่เจังหวัดอำนาจเจริญ ผู้คนรู้จัก ครูมดแดง เพราะนักเรียนคือผลผลิตที่ส่งเสริม ให้เราเป็นที่รู้จัก ถึงแม้ว่าครูในโรงเรียนเค้าจะไม่รู้เราก็ไม่สนใจเพราะเราทำเพื่อนักเรียนที่มีใจรักดนตรีไทย สุขอยู่ที่ใจ